เปรียบเทียบ บลูสโคป Zacs กับเหล็กเคลือบอลูมิเนียม-สังกะสีทั่วไป

เปรียบเทียบ บลูสโคป Zacs กับเหล็กเคลือบอลูมิเนียม-สังกะสีทั่วไป

ในการเลือกวัสดุสำหรับงานหลังคาและโครงสร้างเหล็ก สิ่งที่เจ้าของโครงการและผู้รับเหมาให้ความสำคัญมากที่สุดคือ "ความทนทานต่อการกัดกร่อน" และ "อายุการใช้งาน" ปัจจุบันวัสดุที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือเหล็กเคลือบอลูมิเนียม-สังกะสี แต่ในตลาดนั้นมีทั้งแบรนด์มาตรฐานสากลอย่างบลูสโคป Zacs (BlueScope Zacs) และเหล็กเคลือบทั่วไปที่ไม่ได้ระบุที่มาชัดเจน บทความนี้จะช่วยเจาะลึกความแตกต่าง เพื่อให้คุณตัดสินใจเลือกวัสดุที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับการลงทุนในระยะยาว

ทำความรู้จักเหล็กเคลือบอลูมิเนียม-สังกะสี (Aluzinc)

เหล็กเคลือบอลูมิเนียม-สังกะสี หรือที่เรียกกันติดปากว่า "อลูซิงค์" คือการนำแผ่นเหล็กรีดเย็นมาเคลือบด้วยโลหะผสมระหว่าง อลูมิเนียม 55% สังกะสี 43.4% และซิลิคอน 1.6% ซึ่งเป็นการรวมจุดเด่นของโลหะแต่ละชนิดเข้าด้วยกัน

  • อลูมิเนียม: ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันการกัดกร่อน (Barrier Protection)
  • สังกะสี: ช่วยป้องกันรอยขีดข่วนและขอบตัด (Galvanic Protection) เพื่อไม่ให้สนิมลามเข้าสู่เนื้อเหล็ก

ความเหนือกว่าของ บลูสโคป Zacs เมื่อเทียบกับเหล็กทั่วไป

แม้จะเรียกว่าอลูซิงค์เหมือนกัน แต่มาตรฐานการผลิตและเทคโนโลยีที่ใช้มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ดังนี้

1. เทคโนโลยีการเคลือบสะท้อนความร้อน

บลูสโคป Zacs มีนวัตกรรม Cool Zacs ที่ช่วยสะท้อนความร้อนจากแสงอาทิตย์ได้ดีกว่าเหล็กเคลือบทั่วไป ส่งผลให้อุณหภูมิภายในอาคารเย็นลง และช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าได้ในระยะยาว ขณะที่เหล็กทั่วไปมักไม่มีคุณสมบัตินี้ ทำให้ความร้อนสะสมเข้าสู่ตัวอาคารได้โดยตรง

2. ความสม่ำเสมอของชั้นเคลือบ (Coating Class)

เหล็กทั่วไปมักจะลดปริมาณชั้นเคลือบลงเพื่อลดต้นทุน ทำให้การป้องกันสนิมไม่ครอบคลุมทั่วทั้งแผ่น แต่บลูสโคป Zacs มีการควบคุมคุณภาพชั้นเคลือบให้มีความสม่ำเสมอตามมาตรฐานสากล ทำให้ทนทานต่อการเกิดสนิมรอยแดงและสนิมรอยขาวได้ยาวนานกว่า

3. การยึดเกาะของสีและพื้นผิว

บลูสโคป Zacs ใช้เทคโนโลยีการเคลือบสีที่ทันสมัย สีจึงมีความสดใส ไม่ซีดจางง่าย และไม่หลุดล่อนเป็นแผ่นเมื่อโดนแดดจัดหรือฝนกรด ซึ่งต่างจากเหล็กทั่วไปที่สีมักจะซีดหรือล่อนหลังจากใช้งานไปเพียงไม่กี่ปี

อายุการใช้งานและการรับประกัน

หนึ่งในตัวชี้วัดความเชื่อถือได้คือ "การรับประกัน" บลูสโคป Zacs มีการรับประกันการกัดกร่อนที่ชัดเจน (มักอยู่ที่ 10-12 ปี ตามเงื่อนไขของแต่ละรุ่น) ซึ่งเป็นการการันตีคุณภาพว่าวัสดุผ่านการทดสอบในสภาวะจำลองที่รุนแรงมาแล้ว
ทางด้านเหล็กทั่วไปมักไม่มีการรับประกันที่ชัดเจน หรือหากมีก็อาจไม่มีหน่วยงานที่รับรองมาตรฐานอย่างเป็นทางการ ทำให้เมื่อเกิดปัญหาขึ้นในภายหลัง การเคลมหรือการซ่อมแซมจะทำได้ยากและมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการเลือกใช้วัสดุเกรดพรีเมียมตั้งแต่เริ่มต้น

สรุป: เลือกแบบไหนคุ้มค่าที่สุด?

หากคุณกำลังมองหาวัสดุสำหรับโครงการระยะยาว เช่น โรงงาน หรือคลังสินค้า การเลือกใช้บลูสโคป Zacs คือการลงทุนที่คุ้มค่ากว่า เพราะลดภาระค่าซ่อมบำรุงหลังการใช้งาน และมั่นใจได้ในมาตรฐานความปลอดภัยของโครงสร้างเหล็ก

บริษัท เจตริน เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างโกดังและโรงงานอุตสาหกรรม

หากคุณกำลังวางแผนสร้างโกดังหรือโรงงานและต้องการความมั่นใจในการเลือกใช้วัสดุคุณภาพสูง บริษัท เจตริน เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด พร้อมให้บริการอย่างมืออาชีพ เราคือผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและก่อสร้างโรงงานครบวงจรที่ให้ความสำคัญกับการเลือกใช้วัสดุมาตรฐานสากลอย่างบลูสโคป เพื่อให้มั่นใจว่าอาคารของคุณจะแข็งแรง ทนทาน และคุ้มค่าแก่การลงทุนที่สุด ด้วยทีมวิศวกรมากประสบการณ์ที่พร้อมดูแลคุณตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผนจนส่งมอบงาน

 

 

สนใจปรึกษาเรื่องการก่อสร้างคลังสินค้าและโรงงานอุตสาหกรรม ติดต่อเราได้ทันที เพื่อรับคำแนะนำที่ถูกต้องตามหลักวิศวกรรม

Tel.: 063-193-8298
Tel.: +66 75-329-039 (Office)
Line ID: 063-193-8298
Email: jettarin@jettarinengineering.co.th
Website: www.jettarinengineering.co.th


(Head Office)

146/25 M.7 T. Chamai, A. Thung Song, Nakhon Si Thammarat, 80110 THAILAND

(Chiang Mai Branch)
62 M.2 T. Pa Pong A. Doi Saket, Chiang Mai 50220 THAILAND

 

เจตริน เอ็นจิเนียริ่ง ผู้นำที่จอดรถสำเร็จรูป ก่อสร้างโรงงาน โกดังสำเร็จรูป โดยนวัตกรรมใหม่ที่ทันสมัย ระดับสากล